SIDEBAR
»
S
I
D
E
B
A
R
«
ขนมเบื้อง
Dec 17th, 2012 by ผู้ดูแลระบบ

ขนมเบื้อง

เมนูขนมไทยวันนี้นั้นเราจะพาทุกท่านสัมผัสวิธีการทำขนมไทยที่มีมานานมากแล้วนั่นก็คือ  “ขนมเบื้อง” ของเรานั่นเอง เป็นขนมไทยที่แสนอร่อย น่ารับประทานมากๆนั่นเอง  จะยากหรือจะง่ายนั้นยังไงนั้นเราจะได้มาติดตามกันเดี๋ยวนี้เลย  ไปดูกันเลย  เรามาเริ่มจากส่วนผสมกันก่อนว่ามีอะไรบ้าง

ส่วนแรกคือส่วนผสมตัวแป้ง

  • แป้งข้าวเจ้า 350 กรัม
  • แป้งถั่วเขียว 200 กรัม
  • แป้งสาลี 100 กรัม
  • น้ำตาลปี๊บ 1/2 ถ้วยตวง
  • น้ำปูนใส 2 ถ้วยตวง
  • ไข่เป็ด (เฉพาะไข่แดงเท่านั้น) 2 ฟอง

ส่วนที่สองคือ ส่วนผสมน้ำตาลทาขนม

  • น้ำตาลปี๊บ 500 กรัม
  • ไข่เป็ด (เฉพาะไข่ขาวเท่านั้น) 20 ฟอง

ส่วนที่สามคือ ส่วนผสมหน้าครีม

  • ไข่เป็ด (เฉพาะไข่ขาวเท่านั้น) 3 ฟอง
  • น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยตวง
  • ครีมออฟทาร์ทาร์1/2 ช้อนชา

ส่วนที่สี่คือ ส่วนผสมไส้

  • ไส้หวาน : มะพร้าวขูด, ฝอยทองและงาขาว
  • ไส้เค็ม : นำกุ้งสดไปผัดกับน้ำมัน จากนั้นปรุงรสด้วยพริกไทย, เกลือ, ต้นหอมซอย และผักชี

 

ต่อมาเป็นวิธีการทำขนม วิธีทำขนมเบื้อง ทีละขั้นตอน

  1. เริ่มจากการเตรีมทำตัวแป้งโดยนำแป้งข้าวเจ้า, แป้งถั่วเขียวและแป้งสาลีไปร่อนรวมกันนั่นเอง แล้วจึงนำไปผสมกับน้ำปูนใส, น้ำตาลปี๊บและไข่แดง นวด(ขยำ) จนส่วนผสมนั้นเข้ากันดี แล้วจึงพักทิ้งไว้
  2. เตรียมทำน้ำตาลทาขนมเบื้องนั้น โดยนำไข่ขาวและน้ำตาลปี๊บนั้นมาผสมกันนั่นเอง คนจนกว่าน้ำตาลนั้นละลายทั่วดี แล้วจึงพักทิ้งไว้
  3. เตรียมทำส่วนผสมหน้าครีม โดยผสมไข่ขาว, น้ำตาลทรายและครีมออฟทาร์ทาร์เข้าด้วยกัน ตีจนส่วนผสมเข้ากันดี, ผิวเนียนและขึ้นฟู  พักไว้
  4. ตั้งไฟบนกระทะก้นแบน ใช้กระจ่าแตะที่ส่วนผสมตัวแป้ง (ที่เตรียมไว้ในขั้นตอนที่ 1) แล้วละเลงบนกระทะ จากนั้น จึงเลือกเอาว่าจะทาน้ำตาล (ส่วนผสมที่เตรียมไว้ในขั้นตอนที่ 2) หรือจะทาครีม (ส่วนผสมที่เตรียมไว้ในขั้นตอนที่ 3) เลือกเอา อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น แล้วละเลงบนตัวแป้งเลย
  5. จากนั้นจึงเลือกว่าจะใส่ไส้เค็มหรือไส้หวานนั่นเอง เมื่อใส่ไส้เสร็จแล้วนั้น รอสักพักจนขนมสุกจึงพับครึ่งแล้วแซะใส่ถาด หรือจัดใส่จานเสริฟนั่นเอง

นี่แหละคือขนมไทยที่แสนอร่อยที่เรานำมาฝากกันในวันนี้นั่นเอง

ขอบคุณบทความดีๆจาก  ezythaicooking.com

 

 

ขนมลอดช่อง แสนอร่อย
Dec 11th, 2012 by ผู้ดูแลระบบ

ขนมลอดช่อง แสนอร่อย

สำหรับเมนูขนมไทยแสนอร่อยในวันนี้นั้น  เรามีเรื่องราวของการทำขนมไทยอีหนึ่งอย่างมาฝากกันเหมือนที่เรานั้นได้พูดถึงกันอยู่บ่อยๆนั่นเอง  เรื่องราวที่น่าสนใจนี้นั้นเป็นการทำขนมไทยที่เราสามมารถที่จะเข้าใจได้ง่ายๆนั่นเอง  เพราะอย่างที่เรานั้นทราบดีว่าการที่เรานั้นทำขนมไทย  ความประณีตละเอียดอ่อนนั้นเป็นเรื่องที่ผู้ที่ทำนั้นจะต้องใส่ใจนั่นเอง  เพื่อนๆจะเห็นได้ในแต่ละครั้งที่เรานำมาเรื่องราวของขนมไทยแต่ละชนิดมาเล่ากันนั่นเป็นเรื่องราวที่น่านสนใจเพราะเรานั้นจะเน้นย้ำในเรื่องของกรรมวิธีในการทำอยู่บ่อยๆนั่นเองเพราะขนมไทยเรานั้นมีความเป็นเอกลักษณ์ที่เป็นในแบบไทยๆนั้นเอง

ขนมไทยที่น่าสนใจที่เรานำมาฝากกันในวันนี้นั่นก็คือ ขนมลอดช่อง ที่เรานั้นคุ้นเคยนั่นเอง  ในวันนี้เราจะมาดูวิธีการทำขนมที่ว่านี้กัน  ว่าจะยากง่ายแค่ไหนและมีความละเอียดในเรื่องของวัตถุดิบในการทำมากน้อยแค่ไหนนั้น  วันนี้เราจะๆได้มาเรียนรู้กันนั่นเอง

เริ่มจากการเตรียมส่วนผสมกันก่อนว่ามีอะไรที่น่าสนใจบ้าง

  • แป้งข้าวเจ้า
  • แป้งเท้ายายม่อม
  • แป้งซ่าหริ่ม
  • น้ำปูนใส
  • น้ำใบเตย
  • น้ำแข็ง
  • น้ำกะทิ
  • น้ำตาลปึก
  • เกลือป่น
  • เทียนอบ

นี่ก็คือส่วนผสมที่เราสามรถหามาได้ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิดนั่นเอง  ต่อไปเราจะมาดึงวิธีการทำที่น่าสนใจนั่นเองว่าจะเป็นอย่างไร

  1. เราจากการทำทำตัวลอดช่องโดยผสมแป้งข้าวเจ้ากันก่อน แป้งเท้ายายม่อม แป้งซ่าหริ่ม ให้เข้าด้วยกัน และหลังจากนั้นเราก็ค่อยๆใส่น้ำ ปูนใสลงไปทีละน้อยนั่นเอง จากนั้นก็นวดแป้งให้เข้ากันจนเนียนและเหนียวได้ที่ และค่อยๆใส่น้ำปูนใสจนหมดไปนั่นเอง จากนั้นจึงใส่น้ำ ใบเตย และนำไปตั้งบนไฟร้อนปานกลาง แล้วกวนจนแป้งนั้นเนียวและข้นจึงลดไฟลงนั่นเอง กวนต่อจนแป้งสุกจึงปิดไฟได้
  2. แล้วเราก็มาเตรียมน้ำเย็นโดย นำน้ำแข็งไปละลายในน้ำจนน้ำเย็นจัด จากนั้นก็นำส่วนผสมแป้งที่เตรียมเอาไว้ในขั้นตอน ที่หนึ่งนั้นไปใส่ลงในพิมพ์ลอดช่องที่เราเตรียมเอาไว้นั่นเอง ค่อยๆกดให้เป็นเส้นหย่อนลงไปในน้ำเย็น
  3. จากนั้นเราหันมาทำน้ำกะทิโดยนำน้ำตาลปึกผสมกับน้ำกะทิและเกลือป่นนั้น นำไปตั้งบนไฟอ่อนๆ แล้วค่อยๆ คนจนน้ำตาลละลายได้ที่ จึงปิดไฟ และนำไปอบควันเทียนให้หอมด้วยนั่นเอง
  4. จากนั้นตักเส้นลอดช่องใส่ลงในถ้วย ราดด้วยน้ำกะทิ และน้ำแข็งทุบที่เตรียมเอาไว้นั้น สามารถใส่เครื่องเพิ่มเติมได้ตามต้องการพร้อมเสริฟได้ทันทีเลยนั่นเอง

นี่ก็เป็นขนมไทยที่น่าสนใจที่เรานำมาฝากกันในวันนี้นั่นเอง เป็นขนมไทยที่แสนอร่อยอีกอย่างที่เรานำมาฝากกันในวันนี้นั่นเอง

ขอบคุณบทความดีๆจาก tee-muy.blogspot.com

 

การทำขนมเทียนเสวย
Nov 5th, 2012 by ผู้ดูแลระบบ

การทำขนมเทียนเสวย

เรื่องราวของขนมไทยที่เรานำมาฝากกันในวันนี้นั้น  เป็นเรื่องราวของขนมไทยที่น่าสนใจที่เรานำมาเล่ากันถึงสูตรการทำที่แสนอร่อย  ใครว่าขนมไทยเรานั้นทำยาก   เรื่องที่เขาว่ากันมานี้ก็คงจะจริง  แต่ไม่ใช่ว่าจะยากเกินทำไม่ได้  แต่ขนมไทยเรานั้นเวลาทำเราต้องใส่ใจในการทำด้วยนั่นเอง  มีความละเอียดในการทำกับส่วนผสมที่ลงตัวด้วย  เพื่อไม่ให้ขนมไทยเรานั้นหวานหรือเค็มเกินไป  อย่างเรื่องราวที่เรานำมาฝากกันในวันนี้นั้น  เรานำสูตรของขนมเทียนเสวย มาฝากกัน ให้เพื่อนๆได้ลองทำดูนั่นเอง  ว่าแล้วเราก็ไปดูกันเลย

เริ่มจากส่วนผสมที่ใช่ในการทำกันก่อนว่ามีอะไรบ้าง

  • แป้งข้าวเหนียว      5              ถ้วย
  • น้ำตาลปึก              5              ถ้วย
  • น้ำตาลปึก              1½          ถ้วย
  • น้ำมันพืช                                ¼            ถ้วย
  • น้ำสะอาด              2              ถ้วย

ส่วนผสมไส้ถั่วเค็ม

  • ถั่วเขียวนึ่งสุกบดละเอียด    1 ½         ถ้วย
  • น้ำตาลทรายป่น                    ¼            ถ้วย
  • เกลือป่น                                 3              ช้อนชา
  • พริกไทยป่น                            1 ½         ช้อนชา
  • หอมแดงสับละเอียด             2              ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันพืช                                                ¼            ถ้วย

ต่อมาเป็นวิธีการทำ

เริ่มจากผสมน้ำกับน้ำตาลปึก นำไปตั้งไฟพอน้ำตาลละลาย ทิ้งไว้ให้เย็น นวดแป้ง น้ำมัน และส่วนผสมของน้ำตาลที่เย็นแล้ว จนนุ่มมือดี หมักทิ้งไว้ 2-3 ช.ม. นั่นเอง จากนั้นเคล้าถั่วเขียว เกลือป่น น้ำตาลทรายป่น พริกไทยป่นให้เข้ากัน ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันพอร้อน เจียวหอมแดงสับละเอียดให้เหลือง แล้วตักขึ้นมา ผัดส่วนผสมถั่วเขียวให้นุ่ม ใส่หอมเจียว ผัดให้เข้ากัน ตักขึ้นพักให้เย็น แล้วปั้นเป็นก้อนกลมขนาดประมาณ 1 นิ้วเท่านั้น

ต่อมาแบ่งแป้งเป็นก้อนๆ คลึงให้เป็นก้อนกลม แผ่ออก ใส่ไส้ หุ้มไส้ให้มิด แล้วใส่ในใบตองที่เจียน และทาน้ำมันไว้แล้วนั่นเอง ห่อเป็นรูปสามเหลี่ยมปิรามิด เรียงในรังถึงให้เต็ม จากนั้นก็นำไปนึ่งในน้ำเดือด ประมาณ 30 นาที ยกลง จัดใส่จาน พร้อมรับประทาน

นี่แหละเป็นเมนูขนมไทยที่เรานำมาฝากกันในวันนี้นั่นเอง

ขอบคุณบทความดีๆจาก  tee-muy.blogspot.com

 

สังขยาฟักทอง
May 23rd, 2012 by ผู้ดูแลระบบ

สังขยาฟักทอง  (Thai Pumpkin Custard)

ขนมไทยวันนี้เรามีเมนูขนมไทยอร่อยมาฝากกัน  วิธีการทำบวกกับประโยชน์ที่ได้รับนั้นถือว่าสุดคุ้มมากๆ  เมนูหวานๆที่ว่านี้ก็คือ  “สังขยาฟักทอง”  เราทราบกันดีอยู่แล้วว่าฟักทองนั้นมีประโยชน์  แล้วยิ่งบวกกับส่วนผสมยิ่งมีประโยชน์  เราบอกได้เลยว่าการทำสังขยาฟักทองนั้นไม่ได้ยากเลย  การทำนั้นก็มีแค่นึ่งอย่างเดียว  เพราะขนมไทยชนิดนี้จัดอยู่ในพวกเมนูประเภทนึ่งอยู่แล้ว  รับรองเลยว่าไม่ยากแถมอร่อยด้วย  เราไปดูส่วนผสมที่หาซื้อได้ง่ายๆและวิธีการทำที่ไม่ยุ่งยาก  เราไปทำสังขยาฟักทองกันดีกว่า

ส่วนผสมในการทำสังขยาฟักทอง

  • ฟักทอง 1 ลูก (น้ำหนักประมาณ 400 – 600 กรัม)
  • ไข่ 4 ฟอง
  • หัวกะทิ 3/4 ถ้วยตวง
  • น้ำตาลปิ๊บ 1/4 ถ้วยตวง
  • แป้งข้าวเจ้า 2 ช้อนโต๊ะ
  •  เกลือป่น 1/4 ช้่อนชา
  • น้ำปูนใส

          วิธีทำการทำสังขยาฟักทอง

    1. นำฟักทองมาตัดออกเป็นสี่เหลี่ยมบริเวณหัวขั้วจากนั้นจึงขวักเมล็ดข้างในออก จนกลวงเป็นช่องภายใน จากนั้นจึงนำไปน้ำปูนใสประมาณ 8 – 10 นาที แล้วจึงนำออกมาสะเด็ดน้ำ (เคล็ดลับ : แช่น้ำปูนใสเพื่อไม่ให้ฟักทองแตกเวลานึ่งนั่นเอง)

    2. ระหว่างรอฟักทองที่แช่ในน้ำปูนใส เตรียมทำสังขยาโดยผสมไข่ไก่, หัวกะทิ , แป้งข้าวเจ้า, น้ำตาลปิ๊บ และเกลือ คนจนส่วนผสมเข้ากันดี

    3. นำส่วนผสมสังขยาที่ทำในขั้นตอนที่สองเทลงในฟักทอง จากนั้นจึงนำไปนึ่งประมาณ 20 – 25 นาที กรณีเสริฟเป็นลูกฟักทอง ก็นำฝาที่ตัดออกไปนึ่งด้วย ถ้าแบ่งเสริฟก็หั่นเป็นชิ้นๆ เพื่อความสวยงามและน่ารับประทาน เวลาหั่นควรระวังไม่ให้สังขยาเละด้วย

เป็นไงบ้างสำหรับขนมไทยวันนี้ คงไม่ยากมากเกินไปไช่ไหมเพราะขั้นตอนการทำก็ง่ายๆ  เพียงแค่ 3 ขั้นตอนเท่านั้นเอง  ใครที่สนใจก็สามารถนำไปทำทานได้หรือจะเป็นของฝากก็ดี

ขอบคุณบทความดีๆจาก  flash-mini.com

ข้าวเกรียบปากหม้อ
May 19th, 2012 by ผู้ดูแลระบบ

ข้าวเกรียบปากหม้อ 

ขนมไทยที่อยากนำเสนอเพื่อนๆนั้น  เป็นที่รู้จักอยู่ทั่วไป  เพื่อนๆเมื่อได้ยินชื่อแล้ว  ก็คงร้อง ..อ๋อ..อย่างแน่นอน  ขนมไทยที่ว่านั้นก็คือ ข้าวเกรียบปากหม้อ  นั่นเอง

มาดูสูตรในการทำข้าวเกรียบปากหม้อกันดีกว่า

ส่วนผสมแป้ง

 

แป้งข้าวเจ้า                            1 ½         ถ้วย

แป้งท้าวยายม่อม                  ¼            ถ้วย

แป้งมัน                                   ¼            ถ้วย

เกลือป่น                                 ¼            ถ้วย

น้ำ                                           1 ½         ถ้วย

น้ำเดือด                                  ½            ถ้วย

วิธีทำไส้ 

            1.โขลกรากผักชี กระเทียม พริกไทยให้ละเอียด

2.เจียวกระเทียมกับน้ำมันให้เหลือง

3.นำน้ำมันกระเทียมเจียว 2 ช้อนโต๊ะใส่กระทะ

ผัดเครื่องที่โขลกไว้ให้หอม ใส่หัวหอมเนื้อหมู หัวผักกาดเค็ม  ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา ผัดพอแห้งใส่ถั่วลิสงป่น

ผัดให้เข้ากัน

วิธีละเลงแป้ง

1.ใส่น้ำในหม้อปากผาย ¾ หม้อ ใช้ผ้าขาวหุ้มปากหม้อให้มิด ดึงผ้าให้ตึง โดยผูกด้วยเชือกให้แน่น ใช้กรรไกรเล็กเจาะช่องข้างปากหม้อกว้าง 1 นิ้ว เพื่อให้ไอน้ำออก ตั้งไฟให้น้ำเดือด

2.ใช้ช้อนตักแป้งหยอดกลางผ้า ใช้หลังช้อนวนเป็นวงกลม 2-3 รอบ ปิดฝาให้แป้งสุก เปิดฝาแป้งจะพองออกแล้วยุบติดผ้า แสดงว่าแป้งสุก

3.ตัก ไส้ใส่ตรงกลางแป้ง ใช้ที่ปาดแป้งชุบน้ำแล้วพับแป้งเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส หรือพับครึ่งแล้วรวบแป้งเข้ามาให้ไส้อยู่ตรงกลาง แป้งแผ่เป็นพู่ยาว ตักขึ้นพรมด้วยกระเทียมเจียวรับประทานกับผักกาดหอม ผักชี และพริกขี้หนูสวน

เคล็ดลับ

1.เจียวกระเทียมแล้วกรองน้ำมันับกระเทียมไว้ต่างหาก จะทำให้กระเทียมเจียวกรอบ

2.ใช้หอมใหญ่แทนหัวหอมได้

3.การผัดไส้อ่าใช้ไฟแรงจะทำให้เนื้อหมูแข็งกระด้าง

4.การละเลงแป้งให้ใช้ไฟแรง ถ้าใช้ไฟอ่อนน้ำไม่เดือดแป้งจะกระด้าง

เป็นไงบ้างสำหรับเมนูขนมไทยในวันนี้  ดูๆแล้วคงจะไม่ยากเท่าไหร่  เอาเป็นว่าใครที่สนใจอยากจะลองทำทานกันเองที่บ้านก็สามารถนำสูตรนี้ไปหัดทำได้  ขอให้อร่อยกันถ้วนหน้าก็แล้วกัน

ขอบคุณบทความดีๆจาก  dsd.go.th

 

 

กล้วยบวชชี
Apr 3rd, 2012 by ผู้ดูแลระบบ

เมนูขนมไทยวันนี้ขอเสนอเมนูกล้วยๆกันก็คือ “กล้วยบวชชี”
แต่……กล้วยบวชชีวันนี้มีด้วยกัน 3 สูตร ชอบสูตรไหนก็ลองเอาไปทำกันได้เลย….

กล้วยบวชชี สูตร 1
ส่วนผสม
กล้วยน้ำว้าสุก 1 หวี , มะพร้าว 700 กรัม
น้ำตาลทราย 1/5 ถ้วยตวง , เกลือ 1/5 ช้อนชา
วิธีทำกล้วยบวชชี
1. ตัดกล้วยออกจากหวี ล้างน้ำ ใส่หมอเติมน้ำให้ท่วม ตั้งไฟให้เดือดจับเวลา 35 นาที รินน้ำออก
2. ปอกเปลือก ผ่าตามยาวผลแล้วตัดตามขวาง 2 ครั้ง จะได้กล้วย 6 ชิ้น
3. คั้นให้ได้หัวกะทิ 1 ถ้วยตวง หางกะทิ 3 ถ้วยตวง
4. ผสมหางกะทิ กล้วย น้ำตาล และเกลือ ยกขึ้นตั้งไฟให้เดือดสักครู่ใหญ่
5. ใส่หัวกะทิลงไป คนให้ทั่วยกลงทันที กะทิจะได้ไม่จับเป็นก้อน

กล้วยบวชชี สูตร 2
ส่วนผสม
1. กล้วยน้ำว้าสุก 8 ผล 2. น้ำกะทิ 3 ถ้วยตวง
3. น้ำตาลทราย 1/3 ถ้วยตวง 4. เกลือ 1/2 ช้อนชา
5. ถั่วเขียวคั่ว 1 ช้อนชา (อาจจะไม่ต้องใส่ก็ได้ถ้าไม่ชอบ)
วิธีทำกล้วยบวชชี
1.ต้มน้ำในหม้อขนาดกลางพอเดือดพล่าน ใส่กล้วยลงต้มทั้งเปลือก ประมาณ 5-6 นาที
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสุกของกล้วย ถ้ากล้วยค่อนข้างดิบต้องต้มนานหน่อย เสร็จแล้วตักกล้วยขึ้น แช่น้ำเย็นไว้
2. กรองกะทิ 2+1/2 ถ้วย ใส่หม้อใบย่อมใส่น้ำตาลและเกลือ
3. ผ่ากล้วยออกเป็น 2 ซีก ตามยาวแล้วตัดครึ่งลูกอีกครั้ง จะได้กล้วย 4 ชิ้น ลอกเปลือกออก
แล้วใส่ลงในหม้อกะทิจนหมด จึงยกหม้อขึ้นตั้งไฟจนเดือด หมั่นคน มิฉะนั้นกะทิจะเป็นลูก
ชิมรส ถ้าชอบหวานจัด เติมน้ำตาลได้อีก พอเดือดเติมหัวกะทิ(กรองเสียก่อน)แล้วจึงยกลงถ้าเสิร์ฟเดี๋ยวนั้น
4. เมื่อตักใส่ถ้วยโรยถั่วคั่วหรือทอด ถ้วยละ 1/4 ช้อนชาพองาม ถ้าไม่ชอบก็งดได้

กลเม็ดเคล็ดลับ
ถ้าเป็นกล้วยไข่ต้องแก่จัด เปลือกเริ่มเหลือง ถ้าสุกเหลือง เนื้อจะเละ กล้วยหอมก็เช่นกัน
กล้วยหักมุกต้องสุกเต็มที่แต่ไม่งอมจนเกินไปกะทิต้องข้นขาว ชิ้นกล้วยขาวหั่นขนาดพอเหมาะ
มีถั่วเขียว คั่วโรยหน้าพองาม(อาจจะไม่ต้องใส่ก็ได้ถ้าไม่ชอบ) หอมกลิ่นกะทิสด
กล้วยต้องเหนียวและหวาน รสออกหวานอ่อน ๆ มันเค็มเล็กน้อย

วิธีแก้เวลาทำแล้วกะทิเป็นลูก ให้เติมกะทิกล่อง(ไม่ต้องต้ม)ใส่ลงไป 2-300 มล.
จะได้กล้วยบวชชีเป็นเนื้อเดียวกันไม่แยกชั้น

รวมมิตรกล้วยบวชชี 3
ส่วนผสม
กล้วยน้ำว้าห่ามต้มสุก (ต้มทั้งเปลือก จะได้ไม่เปื่อย) 6 ลูก
ฟักทองต้มสุกหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า 1 ถ้วย
เผือกต้มสุกหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า 1 ถ้วย
น้ำเต้าหู้ 4 ถ้วย
น้ำตาลทรายไม่ขัดขาว 1/2 ถ้วย
เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
งาขาว-งาดำคั่วบุหยาบๆ 1/2 ถ้วย

วิธีทำกล้วยบวชชี
-ต้มน้ำเต้าหู้ด้วยไฟอ่อนๆ เติมน้ำตาลทรายไม่ขัดขาว เกลือป่นคนให้ละลาย จนเริ่มเดือด
-เติมกล้วย ฟักทอง เผือกลงไปในหม้อ เคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆเพื่อให้น้ำเต้าหู้ซึมเข้าเนื้อ
-รอจนเดือดจึงโรยงาดำ-งาขาว เคี่ยวสักพักจนเดือดอีกรอบ แล้วดับไฟ เมื่อตักใส่ชามแล้ว
ก่อนกินให้โรยงาดำ-ขาวอีกครั้ง เพื่อเพิ่มความหอมชวนกิน
ข้อเสนอแนะ
การต้มกล้วยทั้งผลก่อนจะช่วยให้กล้วยบวชชีที่ได้ไม่ฝาด น้ำกะทิสีขาวไม่คล้ำ
ลักษณะอาหารที่ได้ น้ำกะทิขาวข้น เนื้อกล้วยเหนียวนุ่ม ไม่เละ ไม่ฝาด
ขอบคุณบทความดีๆจาก เว็บชีวจิตดอทคอม,เว็บโหระพา,ubmthai.com

SIDEBAR
»
S
I
D
E
B
A
R
«
»  :   »