SIDEBAR
»
S
I
D
E
B
A
R
«
ขนมหวานไทย วุ้นมะพร้าวอ่อน
Aug 2nd, 2013 by ผู้ดูแลระบบ

ขนมหวานไทย วุ้นมะพร้าวอ่อน

ขนมหวานไทย วุ้นมะพร้าวอ่อน
ขนมหวานของไทย วุ้นมะพร้าวอ่อนเป็นขนมหวานที่รับประทานแล้วได้ความสดชื่นไม่น้อยค่ะอีกทั้งวุ้นมะพร้าวอ่อนนั้นยังมีสรรพคุณเป็นยาเย็นที่สามารถช่วยเคลือบกระเพาะอาหารของเราอีกด้วย มะพร้าวของไทยไม่ว่าจะเป็นน้ำหรือจะเป็นเนื้ออ่อนของมะพร้าวนั้นล้วนแต่มีสรรพคุณรักษาผิวพรรณและล้างสารพิษออกจากร่างกายได้การรับประทานน้ำมะพร้าวเป็นประจำทุกเช้านั้นจะทำให้ผิวพรรณมีความเปล่งปังมีน้ำมีนวลแลดูขาวใสขึ้นค่ะ และขนมวุ้นมะพร้าวอ่อนก็เป็นอีกเมนูหนึ่งที่นิยมนำมาเสิร์ฟเพื่อรับแขกบ้านแขกเมืองหรือตามร้านอาหารต่างๆก็ต่างนิยมนำมาขายกันอย่างแพร่หลายค่ะ

ส่วนผสมวุ้นมะพร้าวอ่อน

* หัวกะทิ

* วุ้นผง

* น้ำเปล่า

* น้ำตาลทราย

* เนื้อมะพร้าวอ่อน

* น้ำมะพร้าวอ่อน
วิธีทำขนมไทย ทีละขั้นตอน

1. นำหัวกะทิใส่หม้อและนำไปตั้งบนไฟอ่อนๆ ใส่เกลือลงไป คนให้ละลาย ปิดไฟทันที อย่าให้กะทิแตกมัน

2. ตั้งกระทะทองเหลือง บนไฟร้อนปานกลาง ใส่น้ำเปล่าและวุ้นผง ลงไป รอจนเดือดใส่น้ำตาลทรายลงไป คนจนละลายจึงลดไฟลง

3. นำเนื้อมะพร้าวและน้ำมะพร้าวไปปั่นให้เข้ากัน แล้วใส่ลงในส่วนผสมวุ้น (ในข้อ 2) ใช้ไฟอ่อนๆ เคี่ยวอีก สักพัก จึงใส่กะทิที่เตรียมไว้ในข้อหนึ่งลงไป คนให้เข้ากันเสร็จจึงปิดไฟ

น้ำมะพร้าวอ่อนต้องหวาน เพราะเมื่อนำไปผสมทำวุ้นแล้วจะทำให้รสชาติเปรี้ยวเหมือนวุ้นเสีย ถ้าไม่มีน้ำมะพร้าวอ่อนหวานให้ใช้น้ำลอยดอกไม้แทน

4. เทส่วนผสมวุ้นลงในแบบหรือพิมพ์ที่เตรียมไว้ ทิ้งไว้ให้หายร้อน จึงนำเข้าไปแช่ในตู้เย็น เคาะวุ้นออกจากแบบ จัดใส่จาน เสิร์ฟเป็นของว่างในวันสบายๆ

 

ขอขอบคุณบทความจาก : ezythaicooking.com

ทำขนมไทยย่างมีสไตล์
Oct 29th, 2012 by ผู้ดูแลระบบ

ทำขนมไทยย่างมีสไตล์

ขนมหวานในวันนี้นั้น  เรานำเรื่องของเทคนิคในการทำขนมไทยมาฝากกันนั่นเอง  เป็นเรื่องราวที่น่าสนใจที่เรานำมาฝากกันในวันนี้เพราะสำหรับท่านใดที่มีความชอบในเรื่องของการทำขนมไทยแล้วนั้น  เราว่าเทคนิคนี้น่าจะช่วยได้นั่นเอง  วันนี้เราจะนำเรื่องนี้มาเล่าสู่กันฟังนั่นเอง

การทำขนมหวานไทยเราให้ดีนั้น ต้องประกอบด้วยปัจจัยหลายอย่างด้วยกัน คือ ต้องมีใจรักในขนม ชอบทำขนมมีความอดทนตั้งใจมีความพิถีพิถันในรายละเอียดที่ทำ ในการประดิษฐ์นั้นให้ขนมมีรูปร่างที่น่ารับประทานนั่นเอง ขนมหวานไทยบางชนิดนั้นต้องฝึกทำหลายๆ ครั้งจึงจะได้ลักษณะที่ดีด้วยนั้นเอง ประสบการณ์ และความชำนาญในการทำบ่อย ๆ ด้วยนั่นเอง ผู้ประกอบขนมหวานไทยนั้น จะประสบความสำเร็จในการทำด้วยนั่นเอง

ในการทำขนมหวานไทยของคนรุ่นก่อนๆ นั้นจะใช้การกะของส่วนผสมจากความเคยชินที่ทำบ่อย ๆ นั่นเอง สัดส่วนของขนมจะไม่แน่นอนเท่าไหร่ และยังเป็นการถ่ายทอดความรู้ให้กันเฉพาะภายในครอบครัวเท่านั้นด้วยนั่นเอง แต่ในปัจจุบันนี้นั้นขนมหวานไทยเราได้วิวัฒนาการให้ทัดเทียมกับขนมนานาชาติแล้ว  มีสูตรที่แน่นอน มีสัดส่วนของส่วนผสมที่แน่นอนด้วย และวิธีทำที่บอกไว้อย่างชัดเจนในแต่ละสูตร ผู้ประกอบขนมหวานไทยเป็นที่ต้องใช้อุปกรณ์ที่เป็นมาตรฐานในการชั่ง การตวงด้วยนั่นเอง มีถ้วยตวง ช้อนตวง จะใช้ภาชนะให้ถูกต้องด้วยกับชนิดของอาหาร เช่น การกวนจะใช้กระทะทองดีกว่าหม้อนั่นเอง หรือกระทะเหล็ก การทอดใช้กระทะเหล็กดีกว่ากระทะทอง อะไรประมาณนั้น ทำตามตำรับวิธีทำขั้นตอน อุณหภูมิที่ใช้ในการทำด้วยนั่นเอง ตลอดจนเลือกเครื่องปรุงที่ใหม่ๆมาใช้ในการทำด้วย ฉะนั้นการทำขนมหวานไทยควรคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้คืออุปกรณ์ในการทำขนม คือ  เครื่องปรุงต่าง ๆ  เรื่องของเวลา  สูตร เครื่องปรุง และวิธีการทำขนมด้วยหรือไม่ว่าจะเป็นชนิดของขนม และวิธีการจัดขนมให้ออกมาน่ารับประทานอีกด้วย

ขอบคุณบทความดีๆจาก  lms.thaicyberu.go.th

 

วัตถุดิบของขนมไทย
Oct 15th, 2012 by ผู้ดูแลระบบ

วัตถุดิบของขนมไทย

ขนมไทยในวันนี้เรามีเรื่องราวที่เกี่ยวกับวัตถุดิบที่ใช้ในการทำขนมไทยนั้นมาฝากกัน  บทความคราวที่แล้วนั้นเราได้พูดถึงวัตถุดิบที่ใช้ในการทำขนมไทย  นั่นก็คือ นำตาล นั่นเอง  แต่วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องของวัตถุดิบอื่นๆที่ไม่ใช่วัตถุดิบหลักนั่นเอง  ว่าแล้วเราก็ไปดูกันเลย

เริ่มจากส่วนประกอบที่ต้องใช้นั่นก็คือ  กะทิ นั่นเอง  กะทินั้นได้มาจากมะพร้าว ขนมไทยนิยมใช้กะทิที่คั้นเองจาก มะพร้าวขูดใหม่ๆ มาใช้เป็นส่วนผสมในการทำขนมไทย  ถ้าคั้นกะทิจากมะพร้าวที่มีกลิ่นจะทำให้กลิ่นของขนมเสียนั่นเอง ทั้งกลิ่นและรสอาจเปรี้ยวแก้ไขได้ยากด้วย ไม่สามารถจะกลบกลิ่นหืนของกะทิได้ แม้แต่นำไปตั้งไฟกวน มะพร้าวเมื่อซื้อมา ถ้ายังไม่ใช้ควรเก็บ ในตู้เย็น หรือต้องคั้นเป็นกะทิทันทีเลย และทำให้ร้อนหรือให้สุกก่อนถ้าต้องการ เก็บไว้ยังไม่ใช้ทันที

กลิ่น 

กลิ่นที่ใช้ในการทำขนมหวานไทยเรานั้น แต่ก่อนจะใช้พวกดอกไม้ สดที่มีกลิ่นหอม อย่างเช่น ดอกมะลิ กระดังงา ฯลฯ นำมาอบในน้ำที่สะอาด เพื่อให้น้ำมีกลิ่นหอม แต่ในปัจจุบันนั้นภาวะสิ่งแวดล้อมได้เปลี่ยนไปแล้ว ดอกไม้ชนิดต่างๆ ใช้ยาฆ่าแมลงฉีด เพื่อให้มีความคงทนและนำมาซึ่งอันตรายต่อผู้บริโภคได้ จึงมีกลิ่นวิทยาศาสตร์สังเคราะห์เข้ามาช่วยด้วยนั่นเอง

 เกลือ ส่วนผสมนี้เรียกได้ว่าขาดไม่ได้เลยในขนมหวานไทย เกลือจะให้รสเค็มมีบทบาทที่สำคัญ ทำให้ ขนมเกิดรสชาติน่ารับประทานมากขึ้น เมื่อนำไปผสมกับกะทิ หรือมะพร้าวนั่นเอง

ไข่

นี่ก็เป็นอย่างที่ขาดไม่ได้เลยในการทำขนมไทย ไข่ที่ใช้ในการทำขนมหวานไทยนั้น จะใช้ทั้งไข่ไก่และไข่เป็ดด้วย การนำไข่มาตีให้ขึ้นฟูมากจะเป็นตัวเก็บฟองอากาศช่วยทำให้ขนมโปร่งฟู การเลือกใช้ไข่ควรใช้ไข่ที่ใหม่และสดด้วยขนมจะได้อร่อย

นี่ก็เป็นส่วนผสมที่เรานั้นขาดไม่ได้เลย  ถ้าขาดอย่างใดอย่างหนึ่งขนมไทยเรานั้นก็จะไม่อร่อยและไม่น่าทานนั่นเอง

ขอบคุณบทความดีๆจาก ezythaicooking.com

 

ขนมไทยในงานเทศกาลต่างๆ
Aug 15th, 2012 by ผู้ดูแลระบบ

ขนมไทยในงานเทศกาลต่างๆ

ขนมหวานไทย หมายถึง อาหารชนิดหนึ่งที่ไม่ใช่กับข้าว แต่เป็นอาหารที่รับประทานตามหลังของคาว เช่น ในอาหารมื้อกลางวันมีก๋วยเตี๋ยวไก่เป็นของคาว ผู้รับประทานอาจจะรับประทานทับทิมกรอบเป็นของหวาน เป็นต้นเมื่อบริโภคอาหารมื้อสำคัญๆ เช่น มื้อเช้า มื้อกลางวัน มื้อเย็นควรบริโภคทั้งของคาวและของหวาน สิ่งที่ใช้เป็นของหวานอาจเป็นขนมหรือผลไม้ก็ได้นอกจากจะรับประทานขนมหวานหลังของคาว เราอาจรับประทานขนมหรือขนมหวานในเวลาที่มิได้รับประทานอาหารคาว แต่จะรับประทานขนมหรือขนมหวานเป็นของว่าง หรือรับประทานขนมหวานกับเครื่องดื่ม

ขนมหวานไทยจะมีความหวานนำ หรือมีความหวานจนรู้สึกในลิ้นของผู้รับประทานการทำขนมหวานไทยเป็นเรื่องที่ต้องศึกษาและฝึกฝนต้องใช้ศิลปะ วิทยาศาสตร์และ ความอดทน และความเป็นระเบียบ ความพิถีพิถันในการประกอบ ขนมไทยแท้ๆต้องมีกลิ่นหอม หวาน มัน  มีความประณีต ที่เกิดขึ้นตั้งแต่การเตรียมส่วนผสม จนกระทั่งวิธีการทำ ขนมไทยสามารถจัดแบ่งเป็นชนิดต่างๆ ได้ตามลักษณะของเครื่องปรุง ลักษณะกรรมวิธีในการทำ และลักษณะการหุงต้ม

ขนมไทยในวันนี้เรามีเรื่องการทำขนมไทยที่ใช้ในเทศกาลงานพิธีต่างๆ   เราจะมาดูกันว่าในงานเทศกาลต่างๆของไทยเรานั้น เขาเสริฟขนมไทยอะไรกันบ้าง

ประเพณีสงกรานต์ งานตรุษสงกรานต์ตรงกับวันที่ 13 เมษายนของทุกปี คนไทยถือว่าเป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทย ขนมที่ใช้ทำได้แก่

1. กาละแม

2. ข้าวเหนียวแดง

วันเข้าพรรษา วันเข้าพรรษาตรงกับวันแรม 1 ค่ำเดือน 8 เป็นวันที่พระสงฆ์ต้องอยู่จำวัด ไม่ออกไปค้างแรมที่อื่นเป็นระยะเวลา 3 เดือน เพราะเป็นฤดูฝน ขนมที่นิยมทำ ได้แก่

1. ข้าวต้มผัด

2. แกงบวดต่าง ๆ ได้แก่ แกงบวดฟักทอง แกงบวดมันสำปะหลัง

วันสารทไทย วันสารทไทยตรงกับวันแรม 15 ค่ำเดือน 10 ขนมที่ใช้ทำกัน ได้แก่ ขยาสารท

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นที่เรานำมาฝากกันในวันนี้  คราวหน้าเราจะนำความรู้ของขนมไทย  ที่เป็นเอกลักษณ์ของไทยเรานั้นมาฝากกัน

ขอบคุณบทความดีๆจาก  lms.thaicyberu.go.th

 

สาคูเปียกข้าวโพด
Jun 30th, 2012 by ผู้ดูแลระบบ

สาคูเปียกข้าวโพด  ( Kanom Sakoo  )

ขนมหวานไทย ๆ ที่ชอบทานมาก สาคูไม่ว่าจะทำขนมอะไร ชอบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น สาคูเปียก เผือก ข้าวโพด มะพร้าวอ่อน หรืออื่น ๆ ตะโก้สาคูเอย สาคูถั่วดำ หรือแม้แต่สาคูไส้หมู

สาคูเปียก หรือเปียกสาคู ไม่เคยทำเอง ซื้อเค้าตลอด เพราะไม่กล้าทำกลัวทำแล้วทานไม่ได้เสียของเปล่า ๆ พอดีวันนี้อยากจะลองทำเองบ้างจะอร่อยขนาดไหน  เลยได้สูตรมา  และมาฝากเพื่อนๆเหมือนๆกัน  จะได้ลองทำพร้อมๆกันไปเลย

ก่อนที่เราทำขนมสาคูนั้นก่อนอื่นเราต้องจัดเตรียมอุปกรณ์ก่อนและจัดหาส่วนผสมในการทำให้พร้อมก่อน  น่าจะหาง่ายแถวๆบ้านน่าจะมี

ส่วนผสม ..สาคูเปียก

สาคูเม็ดเล็ก 1 ถุง (20 บาท)
ข้าวโพดดิบ 3 ฝัก (25 บาท)
น้ำตาลทราย 500 กรัม
น้ำเปล่า 1.5 ลิตร

ส่วน ผสม …หน้ากะทิ

มะพร้าวขูดขาวคั้น 300 กรัม
เกลือ ½ ช้อนโต๊ะ
แป้ง มันหรือแป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำสาคูแสนอร่อย

ฝานเมล็ดข้าวโพดออกจากฝัก จะใช้เผือกหั่นเต๋า หรือมะพร้าวอ่อนด้วยก็ได้ พอดีเรามีแต่ข้าวโพดอย่างเดียว
จากนั้นนำเม็ดสาคู มาเหลือเอาเศษดำ ๆ ที่ติดมากับเม็ดสาคูออกก่อน จากนั้นจึงเม็ดสาคูลงไปใส่ในหม้อที่ต้มน้ำไว้จนเดือดแล้วหมั่นคอยคนเพื่อไม่ให้เม็ดสาคูจับตัวเกาะกันเป็นก้อน สังเกตว่ารอบนอกของเม็ดสาคูเปลี่ยนจากสีขาวเป็นเม็ดใส ข้างในยังเป็นตากบสีขาวขุนอยู่บ้าง ใส่ข้าวโพดดิบที่ฝานไว้ลงไป คนไปเรื่อย ๆ จนเหลือสีขาวขุนนิดหน่อย จึงใส่น้ำตาลทรายลงไป  จึงคนให้ละลาย รอจนสาคูสุกทั่วกันไม่มีไตขาว เสร็จแล้วยกลงพักไว้

จากนั้นก็ทำกะทิราดหน้าสาคู ด้วยการนำหัวกะทิไปเคี่ยวใส่เกลือลงในกะทิตั้งไฟ คนให้เกลือละลาย เมื่อกะทิเริ่มเดือด ใส่แป้งมันหรือแป้งข้าวโพดละลายน้ำลงไป คน ๆ พอให้ข้น ๆ และหนืด ๆ ก็ยกลง

เวลาทาน ตักสาคูเปียกข้าวโพดใส่ถ้วยแล้วราดด้วยหัวกะทิก็เป็นอันเสร็จสิ้น

 

ขอบคุณบทความดีๆจาก    bloggang.com

ขนมสาลี่
Jun 5th, 2012 by ผู้ดูแลระบบ

ขนมสาลี่

ขนมไทย   เป็นเอกลักษณ์ด้านวัฒนธรรมประจำชาติไทยอย่างหนึ่งที่เป็นที่รู้จักกันดี  เพราะเป็นสิ่งที่แสดงให้
เห็นถึงความละเอียดอ่อนประณีตในการทำ       ตั้งแต่วัตถุดิบ  วิธีการทำ ที่กลมกลืน พิถีพิถัน    ในเรื่องรสชาติ สีสัน
ความสวยงาม กลิ่นหอม   รูปลักษณะชวนรับประทาน ตลอดจนกรรมวิธีการรับประทาน   ขนมแต่ละชนิด ซึ่งยังแตก
ต่างกันไปตามลักษณะของขนมชนิดนั้น ๆ ด้วย

 ขนมหวานไทย   จะมีความหวานนำ หรือมีความหวานจนรู้สึกในลิ้นของผู้รับประทานการทำขนมหวานไทย
เป็นเรื่องที่ต้องศึกษาและฝึกฝน  ต้องใช้ศิลปะ  วิทยาศาสตร์และความอดทน  และความเป็นระเบียบ  ความพิถีพิถัน
ในการประกอบ ขนมไทยแท้ ๆ  ต้องมีกลิ่นหอม หวาน มัน  มีความประณีต  ที่เกิดขึ้นตั้งแต่การเตรียมส่วนผสม จน
กระทั่งวิธีการทำ

ส่วนผสมและวัตถุดิบ

  • แป้งสาลี 1 ถ้วยตวง
  • น้ำตาลทราย 2 1/2 ถ้วยตวง
  • ไข่เป็ด 10 ฟอง
  • สีผสมอาหารตามใจชอบ

(บางสีอาจใช้ดอกไม้หรือใบไม้ได้  เช่น สีเขียว – ใบเตย, สีม่วง – ดอกอัญชัญ)

  • ลูกเกด (สำหรับแต่งหน้าขนม)

วิธีทำขนมไทย ทีละขั้นตอน

  1. ตอกไข่ใส่ชาม แล้วใช้ส้อมตีแรงๆ ระหว่างตีนั้นก็ใส่น้ำตาลทรายลงไปด้วย ตีไข่จนขึ้นเป็นสีขาวนวล
  2. ร่อนแป้งสาลี แล้วนำไปผสมในไข่ คนเบาๆจนแป้งละลายดีจึงใส่สีผสมอาหารลงไป (ไม่ควรใส่มาก ควรผสมให้เป็นสีโทนอ่อน จะน่ารับประทานมากกว่าสีเข้ม)
  3. นำกระดาษปูลงในถาดที่จะใช้นึ่งขนม จากนั้นเทแป้งลงในถาด (หรือแบบพิมพ์ที่เตรียมไว้) และแต่งหน้าด้วยลูกเกด (แล้วแต่ความชอบ)
  4. ตั้งหม้อนึ่งรอจนน้ำเดือด จึงนำถาด (หรือแบบพิมพ์) ที่ใส่แป้งลงไปนึ่ง ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที ถ้าแป้งหนาอาจต้องใช้เวลา นึ่งนานขึ้น (20-25 นาที) เมื่อสุกดีแล้วจึงยกลง ทิ้งไว้ให้เย็นตัดเป็นชิ้นๆ จัดใส่จานเสริฟ

ขอบคุณบทความดีๆจาก  ezythaicooking.com

SIDEBAR
»
S
I
D
E
B
A
R
«
»  :   »