SIDEBAR
»
S
I
D
E
B
A
R
«
ขนมเบื้อง
Dec 17th, 2012 by ผู้ดูแลระบบ

ขนมเบื้อง

เมนูขนมไทยวันนี้นั้นเราจะพาทุกท่านสัมผัสวิธีการทำขนมไทยที่มีมานานมากแล้วนั่นก็คือ  “ขนมเบื้อง” ของเรานั่นเอง เป็นขนมไทยที่แสนอร่อย น่ารับประทานมากๆนั่นเอง  จะยากหรือจะง่ายนั้นยังไงนั้นเราจะได้มาติดตามกันเดี๋ยวนี้เลย  ไปดูกันเลย  เรามาเริ่มจากส่วนผสมกันก่อนว่ามีอะไรบ้าง

ส่วนแรกคือส่วนผสมตัวแป้ง

  • แป้งข้าวเจ้า 350 กรัม
  • แป้งถั่วเขียว 200 กรัม
  • แป้งสาลี 100 กรัม
  • น้ำตาลปี๊บ 1/2 ถ้วยตวง
  • น้ำปูนใส 2 ถ้วยตวง
  • ไข่เป็ด (เฉพาะไข่แดงเท่านั้น) 2 ฟอง

ส่วนที่สองคือ ส่วนผสมน้ำตาลทาขนม

  • น้ำตาลปี๊บ 500 กรัม
  • ไข่เป็ด (เฉพาะไข่ขาวเท่านั้น) 20 ฟอง

ส่วนที่สามคือ ส่วนผสมหน้าครีม

  • ไข่เป็ด (เฉพาะไข่ขาวเท่านั้น) 3 ฟอง
  • น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยตวง
  • ครีมออฟทาร์ทาร์1/2 ช้อนชา

ส่วนที่สี่คือ ส่วนผสมไส้

  • ไส้หวาน : มะพร้าวขูด, ฝอยทองและงาขาว
  • ไส้เค็ม : นำกุ้งสดไปผัดกับน้ำมัน จากนั้นปรุงรสด้วยพริกไทย, เกลือ, ต้นหอมซอย และผักชี

 

ต่อมาเป็นวิธีการทำขนม วิธีทำขนมเบื้อง ทีละขั้นตอน

  1. เริ่มจากการเตรีมทำตัวแป้งโดยนำแป้งข้าวเจ้า, แป้งถั่วเขียวและแป้งสาลีไปร่อนรวมกันนั่นเอง แล้วจึงนำไปผสมกับน้ำปูนใส, น้ำตาลปี๊บและไข่แดง นวด(ขยำ) จนส่วนผสมนั้นเข้ากันดี แล้วจึงพักทิ้งไว้
  2. เตรียมทำน้ำตาลทาขนมเบื้องนั้น โดยนำไข่ขาวและน้ำตาลปี๊บนั้นมาผสมกันนั่นเอง คนจนกว่าน้ำตาลนั้นละลายทั่วดี แล้วจึงพักทิ้งไว้
  3. เตรียมทำส่วนผสมหน้าครีม โดยผสมไข่ขาว, น้ำตาลทรายและครีมออฟทาร์ทาร์เข้าด้วยกัน ตีจนส่วนผสมเข้ากันดี, ผิวเนียนและขึ้นฟู  พักไว้
  4. ตั้งไฟบนกระทะก้นแบน ใช้กระจ่าแตะที่ส่วนผสมตัวแป้ง (ที่เตรียมไว้ในขั้นตอนที่ 1) แล้วละเลงบนกระทะ จากนั้น จึงเลือกเอาว่าจะทาน้ำตาล (ส่วนผสมที่เตรียมไว้ในขั้นตอนที่ 2) หรือจะทาครีม (ส่วนผสมที่เตรียมไว้ในขั้นตอนที่ 3) เลือกเอา อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น แล้วละเลงบนตัวแป้งเลย
  5. จากนั้นจึงเลือกว่าจะใส่ไส้เค็มหรือไส้หวานนั่นเอง เมื่อใส่ไส้เสร็จแล้วนั้น รอสักพักจนขนมสุกจึงพับครึ่งแล้วแซะใส่ถาด หรือจัดใส่จานเสริฟนั่นเอง

นี่แหละคือขนมไทยที่แสนอร่อยที่เรานำมาฝากกันในวันนี้นั่นเอง

ขอบคุณบทความดีๆจาก  ezythaicooking.com

 

 

ขนมลอดช่อง แสนอร่อย
Dec 11th, 2012 by ผู้ดูแลระบบ

ขนมลอดช่อง แสนอร่อย

สำหรับเมนูขนมไทยแสนอร่อยในวันนี้นั้น  เรามีเรื่องราวของการทำขนมไทยอีหนึ่งอย่างมาฝากกันเหมือนที่เรานั้นได้พูดถึงกันอยู่บ่อยๆนั่นเอง  เรื่องราวที่น่าสนใจนี้นั้นเป็นการทำขนมไทยที่เราสามมารถที่จะเข้าใจได้ง่ายๆนั่นเอง  เพราะอย่างที่เรานั้นทราบดีว่าการที่เรานั้นทำขนมไทย  ความประณีตละเอียดอ่อนนั้นเป็นเรื่องที่ผู้ที่ทำนั้นจะต้องใส่ใจนั่นเอง  เพื่อนๆจะเห็นได้ในแต่ละครั้งที่เรานำมาเรื่องราวของขนมไทยแต่ละชนิดมาเล่ากันนั่นเป็นเรื่องราวที่น่านสนใจเพราะเรานั้นจะเน้นย้ำในเรื่องของกรรมวิธีในการทำอยู่บ่อยๆนั่นเองเพราะขนมไทยเรานั้นมีความเป็นเอกลักษณ์ที่เป็นในแบบไทยๆนั้นเอง

ขนมไทยที่น่าสนใจที่เรานำมาฝากกันในวันนี้นั่นก็คือ ขนมลอดช่อง ที่เรานั้นคุ้นเคยนั่นเอง  ในวันนี้เราจะมาดูวิธีการทำขนมที่ว่านี้กัน  ว่าจะยากง่ายแค่ไหนและมีความละเอียดในเรื่องของวัตถุดิบในการทำมากน้อยแค่ไหนนั้น  วันนี้เราจะๆได้มาเรียนรู้กันนั่นเอง

เริ่มจากการเตรียมส่วนผสมกันก่อนว่ามีอะไรที่น่าสนใจบ้าง

  • แป้งข้าวเจ้า
  • แป้งเท้ายายม่อม
  • แป้งซ่าหริ่ม
  • น้ำปูนใส
  • น้ำใบเตย
  • น้ำแข็ง
  • น้ำกะทิ
  • น้ำตาลปึก
  • เกลือป่น
  • เทียนอบ

นี่ก็คือส่วนผสมที่เราสามรถหามาได้ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิดนั่นเอง  ต่อไปเราจะมาดึงวิธีการทำที่น่าสนใจนั่นเองว่าจะเป็นอย่างไร

  1. เราจากการทำทำตัวลอดช่องโดยผสมแป้งข้าวเจ้ากันก่อน แป้งเท้ายายม่อม แป้งซ่าหริ่ม ให้เข้าด้วยกัน และหลังจากนั้นเราก็ค่อยๆใส่น้ำ ปูนใสลงไปทีละน้อยนั่นเอง จากนั้นก็นวดแป้งให้เข้ากันจนเนียนและเหนียวได้ที่ และค่อยๆใส่น้ำปูนใสจนหมดไปนั่นเอง จากนั้นจึงใส่น้ำ ใบเตย และนำไปตั้งบนไฟร้อนปานกลาง แล้วกวนจนแป้งนั้นเนียวและข้นจึงลดไฟลงนั่นเอง กวนต่อจนแป้งสุกจึงปิดไฟได้
  2. แล้วเราก็มาเตรียมน้ำเย็นโดย นำน้ำแข็งไปละลายในน้ำจนน้ำเย็นจัด จากนั้นก็นำส่วนผสมแป้งที่เตรียมเอาไว้ในขั้นตอน ที่หนึ่งนั้นไปใส่ลงในพิมพ์ลอดช่องที่เราเตรียมเอาไว้นั่นเอง ค่อยๆกดให้เป็นเส้นหย่อนลงไปในน้ำเย็น
  3. จากนั้นเราหันมาทำน้ำกะทิโดยนำน้ำตาลปึกผสมกับน้ำกะทิและเกลือป่นนั้น นำไปตั้งบนไฟอ่อนๆ แล้วค่อยๆ คนจนน้ำตาลละลายได้ที่ จึงปิดไฟ และนำไปอบควันเทียนให้หอมด้วยนั่นเอง
  4. จากนั้นตักเส้นลอดช่องใส่ลงในถ้วย ราดด้วยน้ำกะทิ และน้ำแข็งทุบที่เตรียมเอาไว้นั้น สามารถใส่เครื่องเพิ่มเติมได้ตามต้องการพร้อมเสริฟได้ทันทีเลยนั่นเอง

นี่ก็เป็นขนมไทยที่น่าสนใจที่เรานำมาฝากกันในวันนี้นั่นเอง เป็นขนมไทยที่แสนอร่อยอีกอย่างที่เรานำมาฝากกันในวันนี้นั่นเอง

ขอบคุณบทความดีๆจาก tee-muy.blogspot.com

 

รวมมิตรกล้วยบวชชี
Dec 6th, 2012 by ผู้ดูแลระบบ

รวมมิตรกล้วยบวชชี

ถ้าเราพูดถึงเรื่องของขนมไทยแล้วก็เริ่มจะน้ำลายแตกกันไปอีกเพราะขนมไทยของเรานั้นหวานอร่อย  น่ารับประทานมากๆทั้งสีสันและเรื่องของรสชาติที่ลงตัว  สำหรับเรื่องราวของขนมไทยที่แสนอร่อยในวันนี้นั้นเป็นเรื่องของการทำขนมไทยที่เรานั้นน่าจะเคยได้กินและต้องบอกเลยว่าเป็นขนมไทยเราแท้ๆเลยก็ว่าได้  วันนี้เราจะพาเพื่อนๆนั้นไปทำ กล้วยบวชชี กันนั่นเอง  จากบทความที่เรานั้นได้พูดไปเมื่อคราวก่อนๆนั้นเราก็พูดถึงขนมนี้ไปมากแล้ว  แต่วันนี้แตกต่างจากคราวที่แล้วตรงที่เรานำสูตรที่จะทำให้ท่านได้ลิ้มรสของความอร่อยมาฝากกันในวันนี้นั่นเอง  ว่าแล้วเราก็ไปดูกันเลยดีกว่าเกี่ยวกับสูตรที่เรานำมาฝากกันในวันนี้นั่นเอง

ส่วนสูรที่น่าสนใจในวันนี้นั้นเป็นสูตรรวมมิตรกล้วยบวชชี นั่นเองรับรองว่าอร่อยและทำได้ง่ายๆ

รวมมิตรกล้วยบวชชี เริ่มจากการเตรียมส่วนผสมกันก่อนเลย

  • กล้วยน้ำว้าห่ามต้มสุก (ต้มทั้งเปลือก จะได้ไม่เปื่อย)
  • ฟักทองต้มสุกหั่นสี่เหลี่ยมเหมือนลูกเต๋า
  • เผือกต้มสุกหั่นสี่เหลี่ยมเหมือนลูกเต๋า
  • น้ำเต้าหู้
  • น้ำตาลทรายไม่ขัดขาว
  • เกลือป่น
  • งาขาว-งาดำคั่วบุหยาบๆ

เมื่อเรานั้นได้ส่วนผสมแล้วนั้น  ต่อมาเราจะมาดูวิธีการทำที่น่าสนใจกันต่อเลย

  1. เริ่มจากการต้มน้ำเต้าหู้ด้วยไฟอ่อนๆ เติมน้ำตาลทรายไม่ขัดขาว เกลือป่นคนให้ละลาย จนเริ่มเดือดนั่นเอง
  2. จากนั้นให้เติมกล้วย ฟักทอง เผือกลงไปในหม้อ แล้วเคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆเพื่อให้น้ำเต้าหู้ซึมเข้าเนื้อนั่นเอง
  3. แล้วเราก็รอจนเดือดจึงโรยงาดำหรืองาขาว แล้วเคี่ยวสักพักจนเดือดอีกรอบ จากนั้นดับไฟ เมื่อตักใส่ชามแล้ว
    ก่อนกินให้โรยงาดำ-ขาวอีกครั้งด้วย เพื่อเพิ่มความหอมชวนกินนั่นเอง

ขอบคุณบทความดีๆจาก เว็บชีวจิตดอทคอม,เว็บโหระพา,ubmthai.com

ขนมขี้หนู
Nov 16th, 2012 by ผู้ดูแลระบบ

ขนมขี้หนู

ก็เหมือนอย่างเคย  นี่เป็นเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับขนมไทยที่แสนอร่อยที่เรานำมาฝากกันเหมือนอย่างเคย ขนมไทยที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ก็คือ ขนมขี้หนู นั่นเอง  เป็นเมนูขนมที่น่าสนใจที่เรานำมาฝากกันในวันนี้นั่นเอง  ในวันนี้นั้น  เรามีเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับขนมไทยที่ว่านี้มาฝากกันนั่นเอง  เป็นวิธีการทำขนมไทยที่น่าสนใจด้วยนั่นเอง

ส่วนผสมที่ใช้ในการทำขนม

  • แป้งข้าวเจ้า                            1 ถ้วยตวง
  • มะพร้าว                                  1 ซีก (นำไปขูดเป็นเส้นฝอย)
  • น้ำตาลทราย                     3/4 ถ้วยตวง
  • น้ำลอยดอกไม้                       1 ถ้วยตวง
  • สีผสมอาหารตามชอบ
  • เทียนอบ

 

วิธีทำขนมขี้หนู

  1. เริ่มจากการนวดแป้งข้าวจ้าวกับน้ำดอกไม้ 1/2 ถ้วยตวง อย่าให้แชะเกินไป จากนั้นห่อด้วยผ้าขาวบางและนำไปใส่ถุงผ้า มัดปากถุงให้แน่นๆ หาของหนักๆทับเพื่อให้น้ำแห้งนั่นเอง
  2. จากนั้นก็จึงนำไปยีเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วผึ่งแดดให้พอหมาด แล้วจึงนำไปร่อน ให้สิ่งสกปรกออก
  3. นำแป้งที่ร่อนแล้วไปใส่ในผ้าขาวบางและนึ่งจนสุกเลย
  4. จากนั้นนำน้ำตาลทรายไปผสมกับน้ำลอยดอกไม้และสีผสมอาหาร จากนั้นนำไปตั้งบนไฟอ่อนๆ คนจนน้ำตาล ละลายดี จึงปิดไฟและกรองน้ำเชื่อมด้วยผ้าขาวบางอีกครั้งด้วยนั่นเอง
  5. นำแป้งที่นึ่งสุกใส่ลงในอ่างน้ำเชื่อม ใช้ไม้พายคนเบาๆ หาฝาปิดไว้สักครู่เพื่อให้แป้งฟู คนต่ออีกครั้ง เพื่อให้แป้งกับน้ำนั้นเชื่อมเข้ากัน จากนั้นจึงนำไปอบด้วยควันเทียนให้หอมนั่นเอง
  6. ตักแป้งใส่จาน ก่อนเสริฟโรยหน้าด้วยมะพร้าวขูดหยาบๆ พร้อมรับประทานได้ทันที

นี่เป็นเรื่องราวที่น่าสนใจที่เรานำมาฝากกันในวันนี้นั่นเอง  เป็นขนมไทยที่น่าสนใจที่เรานำมาเพื่อให้เพื่อนๆนั้นได้รู้จักกันนั่นเอง  เพราะสำหรับเพื่อนๆที่ไม่เคยกินแล้วก็ย่อมไม่รู้จักกันนั่นเอง

ขอบคุณบทความดีๆจาก tee-muy.blogspot.com

 

ขนมกง แสนอร่อย
Nov 12th, 2012 by ผู้ดูแลระบบ

ขนมกง  แสนอร่อย

เรื่องราวของขนมไทยที่เรานำมาฝากกันในวันนี้นั้น  เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่น่าสนใจอีกเรื่องของการทำขนมไทยที่แสนอร่อยนั่นเอง  เรื่องราวที่เรานำมาฝากกันในวันนี้นั้น  เป็นเรื่องราวของขนมไทยที่เรานำมาฝากกันในวันนี้นั้น  มีชื่อว่า  ขนมกง นั่นเอง  เพื่อนๆน่าจะรู้จักกันดีนั่นเอง  วันนี้เราจะมาเล่าถึง ขนมกง  กันนั่นเอง  วันนี้เรามีวิธีการทำที่แสนอร่อยมาฝากกันในวันนี้นั่นเอง

เริ่มจากการเตรียมส่วนผสมที่เราจะใช้ทำนั่นเอง

  • น้ำมันพืช                                                2 ขวด
  • ข้าวตอก                                 1   กก.
  • แป้งข้าวจ้าว                           1.5 กก.
  • น้ำตาลปีบ                             2.5 กก.
  • แป้งข้าวเหนียว                      5  กก.
  • น้ำกะทิ                                   1.5 กก.
  • ไข่ไก่                                        3 ฟอง
  • ผงฟู                                        1 ห่อ
  • ปูนแดงนิดหน่อย
  • ใบพลู                                      5  ใบ

เมื่อเราเตรียมส่วนผสมได้ครบแล้ว ต่อไปก็จะเป็นวิธีการทำกันนั่นเอง

เริ่มจากวิธีผสมสูตรไส้

  • ข้าวตอกคั่วนั้นให้เหลืองแล้วตำป่นพอหยาบ   แป้งข้าวจ้าวคั่วให้พอเหลืองเท่านั้น  น้ำตาลปีบ แป้งข้าวเหนียวกวน 3 ขีด
  • ข้าวตอกป่น แป้งข้าวจ้าวคั่ว น้ำตาลปีบใส่อ่างแล้วขยำให้เข้ากัน ถ้ายังไม่เหนียวให้เอาแป้งข้าวเหนียวที่กวนใส่ลงไปนิดหน่อยแล้วขยำให้เข้ากันด้วยนั่นเอง

 

จากนั้นเราจะมาดูวิธีผสมแป้งชุดกันนั่นเอง

  • แป้งข้าวเหนียว 6 ขีด แป้งข้าวจ้าว 4 ขีด หัวน้ำกะทิ .5 กก.  แป้งข้าวเหนียวกับแป้งข้าวจ้าวขยำให้เข้ากันแล้วใส่หัวน้ำกะทิแล้วคนให้เข้ากัน หมักไว้ 1 คืน นั่นเอง
  • พอชุบกงให้ใส่ไข่ ผงฟู น้ำตาลนิดหน่อย กับหัวน้ำกะทิ ปูนแดงเท่าหัวแม่มือ ขยำให้เข้ากันแล้วชุบกงทอดนั่นเอง

 

ต่อมาเป็นวิธีการทอด

ให้น้ำมันพืชใส่กระทะพอร้อนให้เอาใบพลู ลองน้ำมันพอใบพลูเหลืองแล้วกันน้ำมันหืนได้ ทอดกงได้เลย

นี่เป็นเมนูขนมกงที่เรานำมาฝากกันในวันนี้นั่นเอง  เรียกได้ว่าน่าสนใจไม่น้อยเลยสำหรับขนมที่เรานำมาฝากกันในวันนี้นั่นเอง

ขอบคุณบทความดีๆจาก  tee-muy.blogspot.com

 

ขนมจ่ามงกุฎ น่าทาน
Nov 7th, 2012 by ผู้ดูแลระบบ

ขนมจ่ามงกุฎ  น่าทาน

ขนมไทยในวันนี้เรามีเรื่องราวที่น่าสนใจที่เกี่ยวกับเรื่องราวของการทำขนมไทยที่น่าทานมาฝากกัน   อย่างที่เรานั้นก็ทราบดีว่าขนมไทยเรานั้นเป้นขนมที่น่ารับประทานนั่นเอง  และมีกรรมวิธีในการทำที่ละเอียด  มีส่วนผสมที่พิถีพิถันในการทำนั่นเอง  อย่างเรื่องราวที่เรานำมาฝากันในวันนี้นั้นก็เป็นเรื่องราวของการทำขนมไทยที่มีชื่อ  ขนมจ่ามงกุฎ  นั่นเอง  ว่าแล้วเราก็ไปดูการทำขนมที่เรานำมาฝากกันในวันนี้กันเลยดีกว่า

เริ่มจากการเตรียมส่วนผสมในการทำก่อนนั่นเอง

ส่วนผสมก็จะมี

  • เม็ดแตงโมแกะแล้ว                               1/2 ถ้วย
  • น้ำตาลทราย                          1/2 ถ้วย
  • น้ำดอกมะลิ                           1 ถ้วย
  • ทองคำเปลวแท้                     2 แผ่น
  • แป้งสาลี                                 1 ถ้วย
  • ไข่แดงของไข่ไก่                      3 ฟอง

เมื่อเราเตรียมส่วนผสมได้ครบแล้วต่อมานั้นก็จะเป็นเรื่องของการทำกันนั่นเอง   เราไปดูวิธีการทำกันเลยดีกว่า

1. ให้เชื่อมน้ำตาล โดยใช้น้ำตาลกับน้ำดอกมะลิตั้งไฟให้เดือด กรองด้วยผ้าขาวบาง แล้วตั้งไฟต่ออีก 5 นาที

2. จากนั้นล้างขัดกะทะทองเหลืองให้สะอาดเป็นเงา ตะแคงข้างหนึ่ง คั่วเม็ดแตงโมโดยใช้มือจุ่มลง ในน้ำเชื่อม แล้วกวาดไปมา จนน้ำตาลแห้งแล้ว ใช้มื่อจุ่มน้ำเชื่อม ทำเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ จนน้ำตาลเกาะเป็นหนามติดเม็ดแตงโมพองามนั่นเอง เก็บใส่ภาชนะอย่าให้อากาศเข้า

3. ในระหว่างที่กวาดเม็ดแตงโมอยู่นั้น ต้องตะแคงกะทะและใช้ ผ้าขาวบางเช็ดกะทะให้สะอาดอยู่เสมอนั่นเอง

4. จากนั้นนวดแป้งกับไข่แดงจนนิ่มมือด้วย ถ้ายังแห้งอยู่จึงเติมน้ำ แล้ว คลึงแป้งเป็นแผ่นบาง ๆ กดให้กลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2 เซนติเมตร นำแผ่นแป้งที่ตัดแล้วนั้น ใส่ในถ้วยตะไลใช้มือ กดเบา ๆ ให้เป็นรูปก้นถ้วยตะไล ใช้ส้อมจิ้มให้ทั่วจึงเอาไป อบพอสุกกลายเป็นแป้งรองขนมนั่นเอง

5. ต่อมาการทำมงกุฏนั้น ให้เอาน้ำตาลทรายใส่หม้อเล็ก ๆ ใส่น้ำนิด หน่อย ตั้งไฟอ่อน ๆ พอน้ำตาลละลายเอาเม็ดแตงโมที่ กวาดไว้แล้วลงจุ่มให้น้ำตาลติดกับแป้งที่อบไว้รอบ ๆ นั่นเอง

6. ปั้นทองเอกกลม ๆ วางตรงกลาง ใช้มีดปลายแหลมผ่าเป็น 6 พู เหมือนผลมะยม แล้วปั้นเป็นก้อนเล็ก ๆ เท่าเม็ดถั่วเขียววางบนยอดขนมที่ผ่าไว้ ใช้ทองคำเปลวตัดเป็น สี่เหลี่ยมชิ้นเล็ก ๆ แตะตรงยอดมองเห็นเหมือนมงกุฎนั่นเอง

นี่ก็เป็นขนมไทยที่เรานำมาฝากกันในวันนี้นั่นเอง

ขอบคุณบทความดีๆจาก tee-muy.blogspot.com

 

ทำขนมไทยย่างมีสไตล์
Oct 29th, 2012 by ผู้ดูแลระบบ

ทำขนมไทยย่างมีสไตล์

ขนมหวานในวันนี้นั้น  เรานำเรื่องของเทคนิคในการทำขนมไทยมาฝากกันนั่นเอง  เป็นเรื่องราวที่น่าสนใจที่เรานำมาฝากกันในวันนี้เพราะสำหรับท่านใดที่มีความชอบในเรื่องของการทำขนมไทยแล้วนั้น  เราว่าเทคนิคนี้น่าจะช่วยได้นั่นเอง  วันนี้เราจะนำเรื่องนี้มาเล่าสู่กันฟังนั่นเอง

การทำขนมหวานไทยเราให้ดีนั้น ต้องประกอบด้วยปัจจัยหลายอย่างด้วยกัน คือ ต้องมีใจรักในขนม ชอบทำขนมมีความอดทนตั้งใจมีความพิถีพิถันในรายละเอียดที่ทำ ในการประดิษฐ์นั้นให้ขนมมีรูปร่างที่น่ารับประทานนั่นเอง ขนมหวานไทยบางชนิดนั้นต้องฝึกทำหลายๆ ครั้งจึงจะได้ลักษณะที่ดีด้วยนั้นเอง ประสบการณ์ และความชำนาญในการทำบ่อย ๆ ด้วยนั่นเอง ผู้ประกอบขนมหวานไทยนั้น จะประสบความสำเร็จในการทำด้วยนั่นเอง

ในการทำขนมหวานไทยของคนรุ่นก่อนๆ นั้นจะใช้การกะของส่วนผสมจากความเคยชินที่ทำบ่อย ๆ นั่นเอง สัดส่วนของขนมจะไม่แน่นอนเท่าไหร่ และยังเป็นการถ่ายทอดความรู้ให้กันเฉพาะภายในครอบครัวเท่านั้นด้วยนั่นเอง แต่ในปัจจุบันนี้นั้นขนมหวานไทยเราได้วิวัฒนาการให้ทัดเทียมกับขนมนานาชาติแล้ว  มีสูตรที่แน่นอน มีสัดส่วนของส่วนผสมที่แน่นอนด้วย และวิธีทำที่บอกไว้อย่างชัดเจนในแต่ละสูตร ผู้ประกอบขนมหวานไทยเป็นที่ต้องใช้อุปกรณ์ที่เป็นมาตรฐานในการชั่ง การตวงด้วยนั่นเอง มีถ้วยตวง ช้อนตวง จะใช้ภาชนะให้ถูกต้องด้วยกับชนิดของอาหาร เช่น การกวนจะใช้กระทะทองดีกว่าหม้อนั่นเอง หรือกระทะเหล็ก การทอดใช้กระทะเหล็กดีกว่ากระทะทอง อะไรประมาณนั้น ทำตามตำรับวิธีทำขั้นตอน อุณหภูมิที่ใช้ในการทำด้วยนั่นเอง ตลอดจนเลือกเครื่องปรุงที่ใหม่ๆมาใช้ในการทำด้วย ฉะนั้นการทำขนมหวานไทยควรคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้คืออุปกรณ์ในการทำขนม คือ  เครื่องปรุงต่าง ๆ  เรื่องของเวลา  สูตร เครื่องปรุง และวิธีการทำขนมด้วยหรือไม่ว่าจะเป็นชนิดของขนม และวิธีการจัดขนมให้ออกมาน่ารับประทานอีกด้วย

ขอบคุณบทความดีๆจาก  lms.thaicyberu.go.th

 

วัตถุดิบของขนมไทย
Oct 15th, 2012 by ผู้ดูแลระบบ

วัตถุดิบของขนมไทย

ขนมไทยในวันนี้เรามีเรื่องราวที่เกี่ยวกับวัตถุดิบที่ใช้ในการทำขนมไทยนั้นมาฝากกัน  บทความคราวที่แล้วนั้นเราได้พูดถึงวัตถุดิบที่ใช้ในการทำขนมไทย  นั่นก็คือ นำตาล นั่นเอง  แต่วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องของวัตถุดิบอื่นๆที่ไม่ใช่วัตถุดิบหลักนั่นเอง  ว่าแล้วเราก็ไปดูกันเลย

เริ่มจากส่วนประกอบที่ต้องใช้นั่นก็คือ  กะทิ นั่นเอง  กะทินั้นได้มาจากมะพร้าว ขนมไทยนิยมใช้กะทิที่คั้นเองจาก มะพร้าวขูดใหม่ๆ มาใช้เป็นส่วนผสมในการทำขนมไทย  ถ้าคั้นกะทิจากมะพร้าวที่มีกลิ่นจะทำให้กลิ่นของขนมเสียนั่นเอง ทั้งกลิ่นและรสอาจเปรี้ยวแก้ไขได้ยากด้วย ไม่สามารถจะกลบกลิ่นหืนของกะทิได้ แม้แต่นำไปตั้งไฟกวน มะพร้าวเมื่อซื้อมา ถ้ายังไม่ใช้ควรเก็บ ในตู้เย็น หรือต้องคั้นเป็นกะทิทันทีเลย และทำให้ร้อนหรือให้สุกก่อนถ้าต้องการ เก็บไว้ยังไม่ใช้ทันที

กลิ่น 

กลิ่นที่ใช้ในการทำขนมหวานไทยเรานั้น แต่ก่อนจะใช้พวกดอกไม้ สดที่มีกลิ่นหอม อย่างเช่น ดอกมะลิ กระดังงา ฯลฯ นำมาอบในน้ำที่สะอาด เพื่อให้น้ำมีกลิ่นหอม แต่ในปัจจุบันนั้นภาวะสิ่งแวดล้อมได้เปลี่ยนไปแล้ว ดอกไม้ชนิดต่างๆ ใช้ยาฆ่าแมลงฉีด เพื่อให้มีความคงทนและนำมาซึ่งอันตรายต่อผู้บริโภคได้ จึงมีกลิ่นวิทยาศาสตร์สังเคราะห์เข้ามาช่วยด้วยนั่นเอง

 เกลือ ส่วนผสมนี้เรียกได้ว่าขาดไม่ได้เลยในขนมหวานไทย เกลือจะให้รสเค็มมีบทบาทที่สำคัญ ทำให้ ขนมเกิดรสชาติน่ารับประทานมากขึ้น เมื่อนำไปผสมกับกะทิ หรือมะพร้าวนั่นเอง

ไข่

นี่ก็เป็นอย่างที่ขาดไม่ได้เลยในการทำขนมไทย ไข่ที่ใช้ในการทำขนมหวานไทยนั้น จะใช้ทั้งไข่ไก่และไข่เป็ดด้วย การนำไข่มาตีให้ขึ้นฟูมากจะเป็นตัวเก็บฟองอากาศช่วยทำให้ขนมโปร่งฟู การเลือกใช้ไข่ควรใช้ไข่ที่ใหม่และสดด้วยขนมจะได้อร่อย

นี่ก็เป็นส่วนผสมที่เรานั้นขาดไม่ได้เลย  ถ้าขาดอย่างใดอย่างหนึ่งขนมไทยเรานั้นก็จะไม่อร่อยและไม่น่าทานนั่นเอง

ขอบคุณบทความดีๆจาก ezythaicooking.com

 

น้ำตาล ส่วนผสมหลักในการทำขนมไทย
Oct 12th, 2012 by ผู้ดูแลระบบ

น้ำตาล ส่วนผสมหลักในการทำขนมไทย

วัตถุดิบที่ใช้ในการทำขนมไทยนั้น  ส่วนประกอบหลักๆนั้นนอกจากแป้งที่ใช้ทำขนมไทยแล้วยังมีอีกอย่างที่ขาดไม่ได้เลย  นั่นก็คือ “น้ำตาล”  นั่นเอง  ในเรื่องของขนมไทยวันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องนี้กันเกี่ยวกับน้ำตาลนั่นเอง

ชนิดของน้ำตาลนั้นที่ใช้ในการทำขนมไทยจะมีหลายลักษณะ น้ำตาลช่วยให้อาหารและขนมมีรสหวานนั้น จะทำให้แป้งนุ่ม อาหาร/ขนมอร่อย ใสขึ้นนั่นเอง ตกแต่งให้อาหารดูสวยงาม เคลือบไม่ให้อาหารแห้งนั่นเอง ทำให้อาหารมีสีสวยงาม และมีกลิ่นหอม น้ำตาล ที่มักใช้ในการประกอบขนมหวาน  นั่นคือ

น้ำตาลทราย เป็นน้ำตาลที่เป็นผลึก ทำมาจากอ้อย น้ำตาล ทรายจะมีสองสี สีขาว คือน้ำตาลที่ถูกฟอกจนมีสีขาวและแข็งสะอาด ละลายน้ำยากนั่นเอง ส่วนน้ำตาลทรายแดงนั้น คือน้ำตาลทรายที่ไม่ได้ฟอกให้ขาวนั่นเอง จึงมีกลิ่นหอม จะมีเกลือแร่ และวิตามินอยู่บ้าง ส่วนใหญ่จะไม่นิยมใช้น้ำตาลทรายแดงในการทำขนมมากกว่า ยิ่งน้ำตาลแดงมีสีเข้ม มากเท่าไหร่ ก็แสดงว่ามีสารอื่นปนอยู่มากเท่านั้น

น้ำตาลไม่ตกผลึก (น้ำตาลปี๊บ) นั่นเอง ซึ่งได้แก่ น้ำตาลโตนด น้ำตาล มะพร้าว น้ำตาลทั้งสองชนิดนี้นั้น จะนิยมนำมาทำขนมหวานไทย เช่น แกงบวด ต่างๆ ขนมหม้อแกงสังขยา ฯลฯ เป็นต้น เพราะจะให้ความหอมหรือเคี่ยว ทำน้ำเชื่อมชนิดข้นไว้หยอดหน้าขนมบางชนิด อย่างเช่น ขนมเหนียว ขนมนางเล็ด และอีกมากมาย

น้ำเชื่อม ในการทำขนมหวานไทยนั้น เราจะทำน้ำเชื่อมขึ้นมาเอง ไม่นิยมซื้อน้ำเชื่อมเป็นขวดมาใช้ จะเริ่มต้นตั้งแต่ละลายน้ำตาลกับน้ำ ตั้งไฟ เคี่ยวให้เดือด การทำน้ำเชื่อมให้ขาวนั้น (ฟอกสีน้ำตาล) มักใช้เปลือกไข่ฟอกน้ำตาล โดยการตั้งไฟพอละลายแล้วก็กรอง นำไปตั้งไฟต่อนั่นเอง เคี่ยวจนได้น้ำเชื่อม เหนียวข้นตามต้องการเพื่อนำมาทำขนมชนิดต่างๆได้

นี่ก็เป็นส่วนประกอบหลักเลยในการทำขนมไทยนั่นเอง  เป็นความรู้ที่น่ารู้เกี่ยวกับเรื่องราวของขนมไทยในวันนี้นั่นเอง

ขอบคุณบทความดีๆจาก  ezythaicooking.com

 

สีของขนมไทย
Oct 3rd, 2012 by ผู้ดูแลระบบ

สีของขนมไทย

ในเรื่องของการทำขนมไทยนั้น  ที่เราเห็นกันถึงสีสันที่สวยงามน่ารับประทานนั้น  เรารู้หรือไม่ว่าสีสันที่ออกมาสวยงามน่าทานนั้น  มีที่มาอย่างไร  เพราะในการทำขนมไทยนั้นวัตถุดิบที่นำมาทำนั้นส่วนใหญ่แล้วจะเป็นวัตถุดิบที่ได้จากธรรมชาตินั่นเอง  แต่ในวันนี้วัตถุดิบที่เรานำมาเล่านั้น  เป็นเรื่องเกี่ยวกับสีสันในขนมไทยเรานั้นนั่นเอง

สีที่ใช้ตกแต่งอาหาร ขนมหวานไทยบางอย่างนั้นไม่จำเป็นต้องใส่สี ก็ให้ความสวยตามธรรมชาติ เช่น ขนมปุยฝ้าย นั้นจะมีสีเหมือนชื่อ แต่ถ้าเป็น ขนมที่ต้องมีสีจะใช้สีที่ธรรมชาติ เช่น สีเขียวของใบเตย สีม่วงจากดอกอัญชันหรือจะเป็นสีเหลืองจากขมิ้น สีแดงของครั่ง  และยังมีอีกมากมาย ปัจจุบันนั้นได้มีสีผสมอาหารเข้ามา ที่สามารถรับประทานได้แล้วนั่นเอง ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย โดยใช้ในอัตรา ส่วนที่เหมาะสมเท่านั้น ทำขนมหวานไทยให้ดูน่ารับประทานได้ โดยใช้สีอ่อนๆ  นั่นเอง  แต่ที่เรานั้นจะพูดถึงก็จะเป็นสีที่ได้จากธรรมชาติมากกว่า

 ใบเตย นั้นจะให้สีเขียวมีลักษณะใบยาวเรียว สีเขียวจัด มีกลิ่น หอม โคนใบมีสีขาวนวล ลักษณะเป็นกอ ใบแก่มีสีเขียวจัด ให้กลิ่นหอมมาก

กาบมะพร้าว จะให้สีดำ การใช้กาบมะพร้าวแก่เผาไฟให้ไหม้ จนเป็น สีดำทั้งอันใส่น้ำคั้น กรองด้วยผ้ากรอง เอากากออกให้หมด

ขมิ้น นั้นจะให้สีเหลือง ขมิ้นเป็นพืชล้มลุกมีหัวใต้ดินลักษณะเป็น แง่ง คล้ายขิง สีเหลือง มีกลิ่นหอม ใช้ผสมกับขนมที่ต้องการให้มีสีเหลือง

ดอกอัญชัน จะให้สีม่วงคราม เป็นพืชไม้เลื้อยมีดอกสีม่วงคราม  เวลาใช้นั้นให้ เลือกเอาแต่ส่วนที่เป็นสีม่วง วิธีการใช้ใส่น้ำเดือดเล็กน้อย แช่ดอกอัญชัน สักครู่คั้นให้ออกสีคราม กรองเอากากออกหยดน้ำมะนาวลงไปสีจะเปลี่ยนเป็นสีม่วงนั่นเอง

นี่ก็เป็นความรู้เล็กๆน้อยๆที่เรานำมาฝากกันในวันนี้นั่นเอง  ที่มีความเกี่ยวข้องกับการทำขนมไทยนั่นเอง

ขอบคุณบทความดีๆจาก  ezythaicooking.com

 

SIDEBAR
»
S
I
D
E
B
A
R
«
»  :   »